เที่ยวไทยไหนดีปี 2026
อัปเดทพิกัดไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร

วันนี้แอดมินอัปเดตพิกัดไหว้พระ 9 วัดดังในกรุงเทพฯ ปี 2569 เน้นวัดสวยศักดิ์สิทธิ์ใจกลางเมืองและฝั่งธนบุรี
เดินทางสะดวกด้วย MRT/BTS เพื่อเสริมสิริมงคล การงาน การเงิน และความรักมาฝากทุกท่าน จะมีวัดใดบ้างไปดูกันเลย
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 08:00 – 18:00 น.
- ค่าเข้าชม:
- คนไทย: เข้าชมฟรี
- ชาวต่างชาติ: 200 บาท (ข้อมูลอัปเดตปี 2568)
- การแต่งกาย: ต้องแต่งกายสุภาพ เรียบร้อย งดกางเกงหรือกระโปรงสั้น และเสื้อแขนกุด (มีบริการให้เช่าชุดไทยหรือผ้าซิ่นที่ทางเข้า)
- พระปรางค์วัดอรุณ: องค์ปรางค์ประธานสูงกว่า 80 เมตร ประดับด้วยชิ้นเปลือกหอยและเครื่องเบญจรงค์สีสันสวยงามจากจีน เป็นเอกลักษณ์ระดับโลกที่ปรากฏในตราสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- ยักษ์วัดแจ้ง: รูปปั้นยักษ์ทวารบาล 2 ตน คือ ทศกัณฐ์ (ตัวสีเขียว) และ สหัสเดชะ (ตัวสีขาว) ยืนเฝ้าซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถ
- พระอุโบสถ: ภายในประดิษฐานพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก และมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม
- จุดชมวิวริมแม่น้ำ: เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเมื่อองค์พระปรางค์เปิดไฟในยามค่ำคืน
- ทางเรือ (แนะนำ): นั่งเรือข้ามฟากจาก ท่าเตียน (ฝั่งพระนคร) มายังท่าเรือวัดอรุณ หรือใช้เรือด่วนเจ้าพระยาธงส้มลงที่ท่าเรือวัดอรุณโดยตรง
- MRT: ลงสถานี สนามไชย (ทางออก 1) แล้วเดินต่อไปยังท่าเรือท่าเตียนเพื่อข้ามฟาก
- รถส่วนตัว: สามารถจอดรถได้บริเวณวัด แต่อาจมีพื้นที่จำกัดและรถติดในช่วงวันหยุด
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://travel.kapook.com/view177489.html
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 08:30 – 16:30 น. (ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 15:30 น.)
- ค่าเข้าชม:
- คนไทย: เข้าชมฟรี (ต้องแสดงบัตรประชาชน)
- ชาวต่างชาติ: 500 บาท (ราคารวมบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังและพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ)
- การแต่งกาย: ต้องแต่งกายสุภาพอย่างเคร่งครัด ห้ามสวมเสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น กางเกงขาด หรือกระโปรงสั้นเหนือเข่า
- พระอุโบสถ: เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งจะมีการเปลี่ยนเครื่องทรงตามฤดูกาล (3 ฤดู)
- จิตรกรรมฝาผนัง: ภาพเขียนเรื่อง รามเกียรติ์ ที่ยาวที่สุดในโลก รอบระเบียงคด มีความละเอียดสวยงามและทรงคุณค่าทางศิลปะ
- ยักษ์ทวารบาล: รูปปั้นยักษ์ 12 ตน ยืนเฝ้าตามประตูต่างๆ รอบพระอุโบสถ
- ปราสาทพระเทพบิดร: ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อจำลองของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี (เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันสำคัญบางโอกาส)
- MRT: ลงสถานี สนามไชย (ทางออก 1) แล้วเดินผ่านโรงเรียนราชบพิธหรือนั่งรถรับจ้างต่อไปยังประตูวิเศษไชยศรี
- เรือด่วนเจ้าพระยา: ลงที่ ท่าช้าง แล้วเดินต่อเพียงเล็กน้อยถึงทางเข้าพระบรมมหาราชวัง
- รถโดยสารสาธารณะ สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 43, 44, 47, 53, 59, 64, 65, 70, 80, 82, 91, 203, 503, 508
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://cbtthailand.dasta.or.th/webapp/relattraction/content/1693/
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

- เวลาเปิด-ปิด: 08.00 - 18.30 น.
- ค่าเข้าชม: คนไทยเข้าฟรี ส่วนชาวต่างชาติมีค่าธรรมเนียม (ประมาณ 300 บาท)
จุดไฮไลท์สำคัญ
- พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน): เป็นพระพุทธรูปเลียนแบบปางโปรดอสุรินทราหูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีลักษณะงดงามมาก โดยเฉพาะที่ฝ่าพระบาทซึ่งประดับมุกเป็นรูปมงคล 108 ประการ
- มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย: วัดโพธิ์เป็นแหล่งรวมสรรพวิชาโบราณ มีศิลาจารึกตำราต่างๆ ไว้รอบวัด ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี และการแพทย์แผนโบราณ จนได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก
- ตำนานยักษ์วัดโพธิ์: ยักษ์ตัวเล็กที่เฝ้าซุ้มประตูทางเข้าพระมณฑป ซึ่งมักถูกเล่าขานคู่กับยักษ์วัดแจ้งในตำนานเรื่องการต่อสู้กันจนเกิดเป็น "ท่าเตียน"
- การนวดแผนไทย: ที่นี่เป็นต้นตำรับการนวดแผนไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก มีรูปปั้นฤาษีดัดตนในท่าต่างๆ เพื่อสอนวิธีการบริหารร่างกาย
การเดินทาง
- MRT: นั่งสายสีน้ำเงินมาลงที่ สถานีสนามไชย ใช้ทางออกที่ 1 (มิวเซียมสยาม) จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 300-400 เมตร ก็จะถึงประตูวัดครับ
- นั่งเรือด่วนเจ้าพระยา (ธงส้ม, ธงเหลือง, ธงเขียว) มาลงที่ ท่าเตียน (N8) จากนั้นเดินเข้าซอยมาไม่ไกลจะเจอทางเข้าวัดทางด้านหลัง (ถ้ามาจากฝั่งธนบุรี สามารถนั่งเรือข้ามฟากจากวัดอรุณฯ มาลงท่าเตียนได้เลย)
- รถโดยสารสาธารณะ สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 32, 44, 47, 48, 53, 82 และสาย 508
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://kongthaijeen.com/41276/
วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร
- เวลาเปิด-ปิด: 07.00 - 17.00 น.
- ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
- พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต หรือ ซำปอกง): พระประธานองค์ใหญ่ในวิหารหลวงที่มีความสูงกว่า 15 เมตร เป็นที่เคารพศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวจีน นิยมมาขอพรเรื่อง โชคลาภ การค้าขาย และมิตรภาพที่ดี
- พระอุโบสถปางปาลิไลยก์: เป็นหนึ่งในไม่กี่วัดในกรุงเทพฯ ที่พระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์
- สถาปัตยกรรมไทย-จีน: วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงมีศิลปะแบบพระราชนิยมในยุคนั้น เช่น หน้าบันวิหารที่ไม่มีช่อฟ้าใบระกาแต่เป็นงานปูนปั้นสวยงาม และมีตุ๊กตาหินจีนประดับอยู่รอบๆ
- ระฆังใบใหญ่ที่สุดในไทย: ตั้งอยู่ในหอระฆังของวัด มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก
การเดินทาง
- ทางเรือ: เดินจากวัดโพธิ์ไปยัง ท่าเรือปากคลองตลาด (ท่าเรืออัษฎางค์/ท่ายอดพิมาน) แล้วนั่งเรือข้ามฟากมาลงที่ ท่าวัดกัลยาณมิตร ได้โดยตรงครับ
- รถไฟฟ้า MRT: หากมาจากที่อื่น สามารถนั่งมาลง สถานีอิสรภาพ (ทางออก 1) แล้วต่อรถตุ๊กตุ๊กหรือวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาที่วัดได้
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.micronware.co.th
วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

- เวลาเปิด-ปิด: 07.00 - 18.00 น.
- ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
- พระบรมธาตุมหาเจดีย์: เจดีย์ทรงลังกาสีขาวขนาดใหญ่ที่ได้รับ รางวัลยอดเยี่ยม (Award of Excellence) จาก UNESCO ในการบูรณะปฏิสังขรณ์ คุณสามารถเดินเข้าไป ภายในองค์เจดีย์ เพื่อชมโครงสร้างไม้ซุงแกนกลางซึ่งหาดูได้ยากมาก
- เขามอ (เขาเต่า): เป็นภูเขาจำลองที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีศาลารายและสถูปเจดีย์เล็กๆ ล้อมรอบ บรรยากาศร่มรื่นมาก และไฮไลท์คือการ ให้อาหารเต่า ที่อาศัยอยู่มากมายในสระนี้
- รั้วเหล็กรูปอาวุธโบราณ: วัดนี้มีรั้วเหล็กหล่อเป็นรูปหอก ดาบ และขวาน ล้อมรอบพระอุโบสถ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "วัดรั้วเหล็ก" โดยเป็นรั้วที่สั่งทำมาจากประเทศอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 3
- เดินเท้า: จากวัดกัลยาณมิตร คุณสามารถเดินเลียบทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ทางเดินลอยฟ้า) มายังวัดประยุรฯ ได้เลย ระยะทางประมาณ 600 เมตร เดินสบายและวิวสวยครับ
- เรือข้ามฟาก: หากมาจากฝั่งพระนคร (แถวปากคลองตลาด) ให้นั่งเรือข้ามฟากจาก ท่าเรือสะพานพุทธ มาลงที่ท่าเรือหน้าวัดได้เลย
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2870934
วัดราชนัดดารามวรวิหาร

- เวลาเปิด-ปิด: โดยปกติจะเปิดให้เข้าชมระหว่าง 08.00 – 17.00 น. (บางช่วงวันหยุดอาจขยายเวลาถึง 18.00 น.)
- ค่าเข้าชม:
- คนไทย: เข้าชมฟรี
- ชาวต่างชาติ: สำหรับโลหะปราสาทมีค่าธรรมเนียมประมาณ 20 บาท
- โลหะปราสาท: นี่คือแลนด์มาร์คสำคัญที่เป็น "โลหะปราสาทแห่งเดียวที่ยังเหลือสมบูรณ์ที่สุดในโลก" มีลักษณะเป็นปราสาท 7 ชั้น มียอด 37 ยอด ซึ่งหมายถึงพระโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ปัจจุบันยอดปราสาทได้รับการบูรณะจนเป็นสีทองอร่ามสวยงามมาก
- จุดชมวิว 360 องศา: คุณสามารถเดินขึ้นบันไดเวียน 67 ขั้นไปยังชั้นบนสุดเพื่อกราบสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ และชมวิวเมืองเก่ากรุงเทพฯ (เกาะรัตนโกสินทร์) ได้รอบทิศทาง เห็นทั้งภูเขาทองและลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
- พระอุโบสถ: ภายในประดิษฐาน "พระพุทธเสฏฐุตตมมุนินทร์" เป็นพระประธานที่มีความงดงามตามแบบศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ 3
- MRT: ลงที่ สถานีสามยอด (ทางออก 1) แล้วเดินต่อมาทางถนนมหาไชยประมาณ 8-10 นาที
- เรือ: นั่งเรือคลองแสนแสบมาลงที่ ท่าผ่านฟ้าลีลาศ แล้วเดินต่อเพียงนิดเดียวก็ถึงครับ
- รถประจำทาง: มีรถผ่านหลายสาย เช่น 2, 15, 35, 44, 47, 59, 60, 70, 79, 503, 511
- ที่จอดรถ: มีพื้นที่จอดรถภายในวัด (ทางเข้าถนนมหาไชย) แต่อาจมีค่าธรรมเนียมและพื้นที่จำกัดในช่วงวันหยุด
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://sayhithailand.com/th/view/?pro_id=601
วัดไตรมิตรวิทยาราม

- เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 17.00 น. (เปิดทุกวัน)
- ค่าเข้าชม: คนไทยเข้าฟรี ส่วนชาวต่างชาติจะมีค่าธรรมเนียม (เฉพาะการเข้าชมหลวงพ่อทองคำและพิพิธภัณฑ์) ประมาณ 40-100 บาท
- การแต่งกาย: ต้องแต่งกายสุภาพ (เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า) และต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นชมองค์พระ
- พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อทองคำ): เป็นพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ได้รับการบันทึกใน Guinness World Records องค์พระเป็นศิลปะสุโขทัยที่มีความงดงามมาก เดิมเคยถูกพอกด้วยปูนเพื่อพรางตาจากศัตรูในสมัยโบราณ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุขณะเคลื่อนย้ายทำให้ปูนกะเทาะออกและพบเนื้อทองคำแท้ภายใน
- พระมหามณฑป: อาคารหินอ่อน 4 ชั้นที่สวยงามและทันสมัย:
- ชั้น 4: ประดิษฐานหลวงพ่อทองคำและเป็นจุดชมวิว
- ชั้น 3: นิทรรศการหลวงพ่อทองคำ บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่การสร้างจนถึงการค้นพบ
- ชั้น 2: ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช จัดแสดงวิถีชีวิตชาวจีนในสำเพ็งและเยาวราชตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
- พระพุทธทศพลญาณ (หลวงพ่อโต): พระประธานในพระอุโบสถที่เป็นปูนปั้นลงรักปิดทอง ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงยกย่องว่ามีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก
การเดินทาง
- MRT: ลงที่ สถานีหัวลำโพง (ทางออก 1) แล้วเดินต่อตามถนนมิตรภาพไทย-จีน ประมาณ 5 นาที
- รถเมล์: สายที่ผ่านคือ 1, 4, 7, 25, 40, 53, 73, 529
- รถส่วนตัว: มีที่จอดรถภายในวัดแต่พื้นที่ค่อนข้างจำกัดและอาจหาที่จอดยากในช่วงวันหยุด
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.dhammathai.org/watthai/dbview.php?No=52
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

ข้อมูลสำคัญสำหรับการเข้าชม
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.
- ค่าเข้าชม: ฟรี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติครับ (ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่วัดดังที่ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมพื้นที่หลัก)
จุดไฮไลท์สำคัญ
- พระอุโบสถและพระประธาน: ประดิษฐาน "พระประธานยิ้มรับฟ้า" ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงยกย่องว่ามีความงดงามมาก ภายในยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ประณีตฝีมือช่างสมัยรัตนโกสินทร์
- หอพระไตรปิฎก (ตำหนักทอง): เดิมเคยเป็นพระตำหนักของรัชกาลที่ 1 ก่อนเสวยราชสมบัติ เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นครับ
- รูปหล่อสมเด็จโต: ผู้คนนิยมมาสักการะและสวดบท "ชินบัญชร" เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเชื่อกันว่าจะทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนเสียงระฆัง
- ระฆังโบราณ: ในอดีตมีการขุดพบระฆังโบราณ 5 ใบในวัดนี้ (ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่วัดพระแก้ว) รัชกาลที่ 1 จึงพระราชทานระฆังใหม่ให้ 5 ใบแทน และเปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดระฆัง"
การเดินทาง
- เรือ (สะดวกที่สุด):
- เรือข้ามฟาก: นั่งจาก ท่าช้าง (ฝั่งพระนคร) ข้ามมาลงที่ ท่าวัดระฆัง ได้โดยตรง
- เรือด่วนเจ้าพระยา: ลงที่ ท่าเรือพรานนก/วังหลัง (N10) แล้วเดินต่อเลียบแม่น้ำมาประมาณ 5-10 นาที
- MRT: ลงที่ สถานีอิสรภาพ แล้วต่อรถแท็กซี่หรือตุ๊กตุ๊กมาที่วัด (ระยะทางประมาณ 2 กม.)
- รถส่วนตัว: มีอาคารจอดรถของวัดให้บริการ (มีค่าจอดรถ) แต่อาจหนาแน่นมากในช่วงวันหยุด
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://th.wikipedia.org/
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ข้อมูลสำคัญสำหรับการเข้าชม
- เวลาเปิด-ปิด: 07.00 – 19.00 น. (เปิดให้ขึ้นชมยอดภูเขาทองได้ถึงค่ำ ซึ่งวิวตอนพระอาทิตย์ตกสวยมากครับ)
- ค่าธรรมเนียม: คนไทยเข้าฟรี ส่วนชาวต่างชาติประมาณ 100 บาท
- การแต่งกาย: สุภาพเหมือนวัดทั่วไป และเนื่องจากต้องเดินขึ้นบันไดหลายขั้น แนะนำให้สวม รองเท้าที่เดินสบาย
จุดไฮไลท์สำคัญ
- พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง): เจดีย์ทรงระฆังคว่ำสีทองอร่ามบนภูเขาจำลอง คุณต้องเดินขึ้นบันไดวน 344 ขั้น เพื่อขึ้นไปถึงยอด ระหว่างทางจะร่มรื่นด้วยต้นไม้และเสียงระฆังที่แขวนไว้ให้เคาะตลอดทางครับ
- การสักการะพระบรมสารีริกธาตุ: บนยอดสุดของภูเขาทองประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย เป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
- จุดชมวิวกรุงเทพฯ: จากชั้นบนสุด คุณจะได้เห็นวิวกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา เห็นทั้งโลหะปราสาท อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และตึกสูงในฝั่งพระนครครับ
- พิธีห่มผ้าแดง: หากคุณไปในช่วงลอยกระทง จะมีงานเทศกาลประจำปีที่สำคัญคือการ "ห่มผ้าแดง" องค์พระบรมบรรพต ซึ่งเป็นงานวัดที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
การเดินทาง
- เรือคลองแสนแสบ: ลงที่ ท่าผ่านฟ้าลีลาศ แล้วเดินข้ามถนนมหาไชยมาจะเจอทางเข้าวัดทันที (วิธีนี้สะดวกที่สุดถ้ามาจากฝั่งสยามหรือรามคำแหงครับ)
- MRT: ลงที่ สถานีสามยอด แล้วเดินต่อประมาณ 10-15 นาที หรือต่อรถตุ๊กตุ๊ก/มอเตอร์ไซค์
- รถเมล์: สาย 8, 15, 37, 47, 49 และสายที่ผ่านหลานหลวงหรือราชดำเนินครับ
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/watsaket.php








